ฮวงจุ๊ยสร้างบ้าน

สร้างบ้าน (ใหม่) ให้ถูกหลักฮวงจุ้ย

 


การสร้างบ้าน (ใหม่) ให้ถูกหลักฮวงจุ้ยก็เหมือนกับต้องสร้างให้ถูกหลักเทศบัญญัติอีกฉบับนอกเหนือจากเทศบัญญัติว่าด้วยการก่อสร้างอาคารที่เป็นกฎหมายภาคบังคับอยู่แล้ว จะสร้างบ้านสักหลังทั้งทีก็อยากให้ถูกหลักฮวงจุ้ยกันทุกคน แต่จะเริ่มอย่างไรดี เพราะเรื่องฮวงจุ้ยไม่ได้เป็นเรื่องภาคบังคับแถมต้องปรึกษาซินแสผู้รู้ จะรอให้สร้างบ้านเสร็จในระดับนึงค่อยเชิญซินแสเข้ามาดู หรือจะให้ดูตั้งแต่ยังเป็นแบบในกระดาษพิมพ์เขียวที่ได้จากสถาปนิก หรือมีทางไหนที่ดีกว่า วันนี้จะได้มาแลกเปลี่ยนกัน

 

เรื่องนี้ต้องบอกก่อนว่า เฉพาะท่านที่สนใจจะสร้างบ้าน (ใหม่) ให้ถูกหลักฮวงจุ้ย (แบบค่อนข้างซีเรียส ) เนื่องจากบางเรื่องจะยุ่งยากหน่อย เริ่มตั้งแต่การหาสถาปนิกที่ยอมรับเรื่องฮวงจุ้ยและยินดีนำมาเป็นโจทย์หนึ่งประกอบการออกแบบด้วย (ยิ่งถ้าเป็นสถาปนิกที่สนใจเรื่องด้านนี้อยู่เป็นทุนเดิมด้วยแล้วจะยิ่งทำให้การออกแบบทำได้ง่ายขึ้น) ไม่เช่นนั้นคุยกันไปคุยกันมาเลิกทำกันเสียก่อนก็มี  แนวคิดเรื่องฮวงจุ้ยมีด้วยกันหลายแนวหลายค่าย ซินแสแต่ละคนอาจมีแนวคิดที่เหมือนหรือต่างกันบ้าง ฉะนั้น แนะนำให้เลือกปรึกษาซินแสท่านใดท่านหนึ่งที่เจ้าของบ้านนับถือและเชื่อถือที่สุดเพียงท่านเดียว(ในกรณีสินแสเป็นชาวต่างประเทศแนะนำให้หาล่ามที่ชำนาญด้านภาษามาแปลให้จะดีมาก)  


01-SCG-Experience-สร้างบ้าน(ใหม่)ให้ถูกหลักฮวงจุ้ย-feng_shui.jpg

 

 

02-SCG-Experience-สร้างบ้าน(ใหม่)ให้ถูกหลักฮวงจุ้ย-feng_shui.jpg

ล่อแก หรือ ล่อแก (Loupan) เข็มทิศจีนสำหรับซินฮวงจุย (ขอขอบคุณภาพจากhttp://www.pramool.com และhttp://www.homedd.com)


     เริ่มที่ขั้นแรกซึ่งจะเหมือนขั้นตอนทั่วๆ ไปคือ คุยกับสถาปนิกเพื่อให้รู้จักตัวเรา ครอบครัวของเรา กิจกรรมภายในบ้านและสมาชิกภายในบ้าน (เจ้าของห้อง) ความชอบส่วนตัวของแต่ละคน ห้องหับต่างๆ ที่คิดว่าอยากจะให้มี พาไปดูแปลงที่ดิน รวมถึงบอกถึงข้อจำกัดต่างๆ ที่กังวล เพื่อให้สถาปนิกนำข้อมูลไปย่อยก่อนในขั้นแรก 


     ลำดับถัดไป เป็นขั้นตอนการเชิญซินแสมาดูที่และหารือเรื่องตำแหน่งบ้านในแปลงที่ดิน (ถ้ามีหลายหลังในที่เดียวกันก็จะมีเรื่องบ้านประธาน บ้านรองเข้ามาเกี่ยวข้อง) ตำแหน่งประตูใหญ่เข้าที่ดิน  ปรกติแล้วซินแสจะต้องทราบดวงชะตาวันตกฟากของเจ้าของบ้านก่อนเข้าดูแปลงที่ดิน  ซึ่งในวันที่เชิญซินแสดูแปลงที่ดินแนะนำให้พาสถาปนิกเข้ามารับฟังคำแนะนำและสอบถามไปพร้อมกัน (โดยทั่วไปแล้วซินแสจะเอาเข็มทิศหล่อแกมาตรวจสอบ แนะนำตำแหน่งที่ควรเปิดประตูใหญ่เข้าที่ดิน ตำแหน่งบ้าน และข้อกำหนดการใช้งานของที่ดินโดยแบ่งเป็นโซนๆ เพื่อแบ่งห้องหรือพื้นที่ใช้งาน ตามข้อกำหนดเรื่องเสือขาว มังกรเขียว หลังเต่าดำสถาปนิกอาจจะใช้วิธีจดข้อกำหนดการใช้งานของพื้นที่แต่ละบริเวณแล้วค่อยนำกลับไปทำการออกแบบพร้อมสอบถามข้อสงสัยเพิ่มเติม บางคนอาจใช้วิธีการย่อยโจทย์จากเจ้าของบ้านในระดับหนึ่ง มาร่างเป็นผังคร่าวๆ พร้อมตำแหน่งห้องในบ้านแต่ละหลัง มาประกอบเพื่อขอคำแนะนำไปพร้อมกัน ซึ่งก็ยิ่งดีเพราะซินแสจะแนะนำได้ลึกขึ้น คือสามารถช่วยเช็คองศาตำแหน่งประตูเปิดเข้าบ้านของแต่ละหลัง ตำแหน่งห้องหับ  และช่องเปิดต่างๆ รวมถึงความสัมพันธ์การเชื่อมต่อของพื้นที่ (จากประสบการณ์พบว่ามักจะตรงกับหลักการออกแบบอยู่แล้วโดยส่วนใหญ่)  ยิ่งสถาปนิกแลกเปลี่ยนคำถามคำแนะนำจากซินแสมากเท่าไหร่ ก็เท่ากับว่าโอกาสที่จะสร้างบ้าน (ใหม่) ให้ถูกหลักฮวงจุ้ยก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น โดยระหว่างนี้อาจมีการประกอบพิธีทางสงฆ์เพิ่มเติมในเรื่องของการนั่งทางในตรวจเช็คสิ่งไม่ดีที่อาจหลงเหลืออยู่ในแปลงที่ดินและทำพิธีถอน (พิธีเชิญแจ้งให้ทราบและเชิญออกจากที่) เคยเจอกรณีถึงขนาดระบุตำแหน่งที่มีกระดูกตกค้างและขุดถอนออกไปก็มี หากมีการจ้างมัณฑนากรเพื่อตกแต่งภายในแยกต่างหาก ก็ควรให้ร่วมรับฟังด้วย หรือจะฝากให้สถาปนิกประสานงานกับมัณฑนากรในเรื่องข้อกำหนดที่จะมีผลต่อการออกแบบตกแต่งภายใน เช่น เรื่องสัดส่วนการใช้สีและวัสดุซึ่งส่งเสริมต่อเจ้าของบ้าน( เช่น เจ้าของบ้านเป็นธาตุไฟ จะให้เลี่ยงสีฟ้า น้ำเงิน (หมายถึงน้ำ) บ่อน้ำ เป็นต้น) มาประกอบการร่างแบบตกแต่งภายในโดยให้ทำควบคู่ไปพร้อมกันในขั้นพัฒนาแบบร่างไปเลย เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อการทำช่องเปิดประตูหน้าต่าง การใช้วัสดุและสีในแต่ละส่วน 


03-SCG-Experience-สร้างบ้าน(ใหม่)ให้ถูกหลักฮวงจุ้ย-feng_shui.jpg

สัตว์เทพทั้งสี่ อันได้แก่ มังกรเขียว เสือขาว หงส์แดง และเต่าดำ ซึ่งมีความสัมพันธ์ศาสตร์พยากรณ์และคติความเชื่อตามหลักฮวงจุ้ย (ขอขอบคุณภาพจากhttp://www.bloggang.com)


     เมื่อผ่านขั้นขอคำแนะนำเบื้องต้นแล้ว การทำแบบร่างเพื่อพูดคุยและเสนอเจ้าของบ้านก็จะดำเนินไปตามปรกติ ระหว่างนี้หลายๆ ท่านก็อาจยอมเสียค่าใช้จ่ายเชิญซินแสมาร่วมรับฟังและตรวจแบบไปพร้อมกันก็ได้  ทั้งนี้ การให้ซินแสดูแบบร่างสองมิติ (บนกระดาษ) หรือ ในรูปของโปรแกรมจำลองภาพเป็นสามมิติผ่านจอคอมพิวเตอร์ จะช่วยให้ซินแสมีโอกาสตรวจเช็คทุกเรื่องตั้งแต่เนิ่นๆ  ไม่ว่าจะเป็น ตำแหน่งของห้องหับต่างๆ ตำแหน่งประตูเปิดเข้าตัวบ้านเทียบกับหล่อแก (เข็มทิศ) ช่องเปิดติดต่อระหว่างห้องหับต่างๆ ประตูเปิดเข้า-เปิดออกแต่ละห้อง ทิศหัวนอน และเฟอร์นิเจอร์หลักๆ ซึ่งนับว่าใช้เวลาและค่าใช้จ่ายน้อยกว่า เมื่อเทียบกับให้สถาปนิกมัณฑนากรสรุปทำเป็นแบบจริงแล้วนำไปให้ซินแสตรวจทีหลัง เพราะยิ่งมีการแก้ไขมากจุดเท่าไหร่ สถาปนิกมัณฑนากรจะยิ่งต้องแก้ไขงานมากและยากลำบาก เพราะต้องกลับไปรื้อและทำใหม่เป็นส่วนๆ ทั้งยังกระทบกับงานอื่นๆ ที่ตามมาไม่ว่าจะเป็นงานโครงสร้าง ระบบไฟฟ้าประปา ซึ่งอาจทำให้ต้องเรียกค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม  ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเลือกที่จะเชิญซินแสมาดูรอบเดียวตอนขึ้นโครงสร้างไปถึงระดับนึงแล้ว หากมีอะไรจะให้แก้ไขในขั้นตอนนี้ซึ่งบางเรื่องใช้การแก้ไขด้วยวิธีทางฮวงจุ้ยไม่ได้ก็ต้องรื้อทุบสร้างใหม่อย่างเดียว (เช่นบอกให้ย้ายตำแหน่งบันไดไปอีกจุด) ยิ่งเสียทั้งเงินและทำให้โครงสร้างบ้านช้ำไปเปล่าๆ สู้แก้ไขในขณะที่เป็นกระดาษ หรือทำภาพจำลองเป็นสามมิติให้เรียบร้อยจะดีกว่า เพราะจะว่าไปแล้วการสร้างบ้าน(ใหม่)ให้ถูกหลักฮวงจุ้ย ก็คือ การสร้างบ้านให้ผู้อยู่อาศัยอย่างเป็นสุขในบ้านหลังนั้นๆ ตามคติความเชื่อการสร้างบ้าน หรือเรียกได้ว่า ถูกเทศบัญญัติ (ฉบับคติความเชื่อการสร้างบ้าน) นั่นเอง


04-SCG-Experience-สร้างบ้าน(ใหม่)ให้ถูกหลักฮวงจุ้ย-feng_shui.jpg

 


05-SCG-Experience-สร้างบ้าน(ใหม่)ให้ถูกหลักฮวงจุ้ย-feng_shui.jpg

หากให้ซินแสได้เข้ามาตรวจดูตั้งแต่ขั้นตอนการทำแบบด้วยโปรแกรมจำลองภาพ 3 มิติ จะสามารถแก้ไขได้ง่ายกว่าการตรวจในขั้นตอนทำแบบจริง (ขอขอบคุณภาพจากhttp://www.dtzone.co.uk  และhttp://catmacey.wordpress.com)

Visitors: 19,389