ข้อกฎหมาย

   

พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร


ประเภทอาคารที่ขออนุญาตกับสำนักงานเขต
ผู้มีความประสงค์จะก่อสร้าง ดัดแปลงรื้อถอนหรือเคลื่อนย้ายอาคารสูงไม่เกิน 5 ชั้นหรือสูงไม่เกิน 20เมตร ทุกประเภทยกเว้นอาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 33 (พ.ศ. 2535) ออกตาม ความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 โรงแรม โรงพยาบาล โรงงานทุกประเภท ซึ่งไม่ใช่ โรงงานที่ประกอบกิจการอุตสาหกรรมในครอบครัว และ โรงงานที่ประกอบกิจการ โดยไม่ก่อเหตุรำคาญ หรือ ไม่เป็นมลพิษต่อชุมชน หรือ สิ่งแวดล้อมประเภทอาคาร ที่ขออนุญาต ที่กองควบคุมอาคาร สำนักการโยธา ผู้มีความประสงค์ จะก่อสร้างดัดแปลงรื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารที่มีความสูงเกิน 5 ชั้น หรือ สูงเกิน20 เมตร และอาคารอื่นใดที่นอกเหนืออำนาจ ของสำนักงานเขต

1) การขออนุญาตก่อสร้างอาคาร ดัดแปลงอาคาร รื้อถอนอาคาร หรือเคลื่อนย้ายอาคาร
หลักฐานที่ต้องใช้
1. แบบคำขออนุญาตก่อสร้างอาคาร ดัดแปลงอาคาร หรือรื้อถอนอาคาร (แบบ ข.1) หรือ แบบคำขออนุญาต เคลื่อนย้ายอาคาร (แบบ ข.2)
2. สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล ซึ่งแสดงวัตถุประสงค์ และผู้มีอำนาจลงชื่อแทน นิติบุคคล ที่ออกให้ไม่เกิน 6 เดือน (กรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต) และ ผู้มีอำนาจลงนามรับรองสำเนา ทุกหน้า จำนวน 1 ชุด
3. สำเนาหรือภาพถ่ายโฉนดที่ดินขนาดเท่าต้นฉบับ และเจ้าของที่ดินลงนามรับรองสำเนาทุกหน้า
4. หนังสือยินยอมของเจ้าของที่ดิน ให้ก่อสร้างอาคารในที่ดินหรือสำเนาสัญญาเช่าที่ดิน (กรณีที่ ผู้ขออนุญาต ไม่ใช่เจ้าของที่ดิน) จำนวน 1 ชุด
5. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขออนุญาต ผู้รับมอบอำนาจ ผู้มีอำนาจ ลงนาม แทนนิติบุคคลและเจ้าของที่ดิน พร้อมลงนามรับรองสำเนาทุกหน้า จำนวน 1 ชุด
6. หนังสือแสดงความยินยอมและรับรองของสถาปนิกวิศวกรผู้ออกแบบ และคำนวณ พร้อมสำเนา ใบอนุญาต ผู้ประกอบวิชาชีพ ฯ (กรณีอาคารที่ขออนุญาตอยู่ในประเภทเป็นวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม หรือ วิชาชีพสถาปัตยกรรม) จำนวน 1 ชุด
7. แผนผังบริเวณ แบบแปลน และรายการประกอบแบบแปลน จำนวน 5 ชุด
8. กรณีเป็นอาคารสาธารณะ อาคารพิเศษ หรืออาคารที่ก่อสร้างด้วยวัตถุถาวรและวัตถุทนไฟเป็นส่วนใหญ่ ต้องแสดงแบบแปลน แผนผังแบบก่อสร้าง จำนวน 5 ชุด และรายการคำนวนโครงสร้าง จำนวน 1 ชุด
9. กรณีอาคารที่อยู่ในข่ายต้องมีระบบกำจัดน้ำเสีย เช่น อาคารขนาดใหญ่ ตลาดสดภัตตาคารอาหารชุด หอพัก และอาคารที่เกี่ยวกับกิจการค้าอันเป็นที่น่ารังเกียจ ต้องแสดงแบบระบบบำบัดน้ำเสีย จำนวน 5 ชุด และ รายการคำนวณระบบบำบัดน้ำเสีย จำนวน 1 ชุด

2) การแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น แทนการยื่นคำขออนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือ เคลื่อนย้ายอาคาร
หลักฐานที่ต้องใช้ 
1. แบบหนังสือแจ้งความประสงค์จะก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคาร (แบบ กทม.1) หรือแบบหนังสือ แจ้งความประสงค์จะเคลื่อนย้ายอาคาร (แบบ กทม.2)
2. สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลซึ่งแสดงวัตถุประสงค์ และผู้มีอำนาจลงชื่อแทน นิติบุคคลที่ ออกให้ ไม่เกิน 6 เดือน (กรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต) และผู้มีอำนาจลงนามรับรองสำเนา ทุกหน้า จำนวน 1 ชุด
3.สำเนาหรือภาพถ่ายโฉนดที่ดินขนาดเท่าต้นฉบับ และเจ้าของที่ดินลงนามรับรองสำเนาทุกหน้า จำนวน 1 ชุด
4. หนังสือยินยอมของเจ้าของที่ดินให้ก่อสร้างอาคารในที่ดิน หรือสำเนาสัญญาเช่าที่ดิน (กรณีที่ ผู้ขออนุญาต ไม่ใช่เจ้าของที่ดิน) จำนวน 1 ชุด
5. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้แจ้งความประสงค์ ผู้รับมอบอำนาจ ผู้มีอำนาจ ลงนามแทนนิติบุคคลและเจ้าของที่ดิน พร้อมลงนามรับรองสำเนาทุกหน้า จำนวน 1 ชุด
6. หนังสือแสดงความยินยอม และรับรองของสถาปนิก วิศวกรผู้ออกแบบและคำนวณ พร้อมสำเนา ใบอนุญาต ผู้ประกอบวิชาชีพ ฯ (กรณีอาคารที่ขออนุญาตอยู่ในประเภท เป็นวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม หรือ วิชาชีพสถาปัตยกรรม)จำนวน 1 ชุด และต้องเป็นวุฒิสถาปนิกและวุฒิวิศวกร
7. หนังสือแสดงความยินยอม และรับรองของผู้ควบคุมงานของสถาปนิกและวิศวกร พร้อมสำเนา ใบอนุญาต ผู้ประกอบวิชาชีพฯ จำนวน 1 ชุด
8. หนังสือรับรองว่าเป็นผู้ออกแบบอาคาร ผู้ออกแบบและคำนวณอาคารหรือผู้ควบคุมงาน(แบบ กทม.5)
จำนวน 1 ชุด
9. แผนผังบริเวณแบบแปลน และรายการประกอบแบบแปลน จำนวน 5 ชุด
10. รายการคำนาณพื้นที่อาคารทุกชั้นและทุกหลัง (เพื่อประกอบการเสียค่าธรรมเนียม)
11. กรณีเป็นอาคารสาธารณะ อาคารพิเศษ หรืออาคารที่ก่อสร้างด้วยวัตถุถาวร และวัตถุทนไฟ เป็นส่วนใหญ่ ต้องแสดงแบบแปลนแผนผังแบบก่อสร้างจำนวน 5 ชุด และรายการคำนวณโครงสร้าง 
จำนวน 1 ชุด
12. กรณีอาคารที่อยู่ในข่ายต้องมีระบบจำกัด น้ำเสีย เช่น อาคารขนาดใหญ่ ตลาดสด ภัตตาคาร อาคารชุด หอพัก และอาคารที่เกี่ยวกับกิจการค้าอันเป็นที่น่ารังเกียจ ต้องแสดงแบบระบบบำบัดน้ำเสียจำนวน 5 ชุด และ รายการคำนวณระบบบำบัดน้ำเสีย จำนวน 1 ชุด

3) การขอเปลี่ยนการใช้ อาคาร เจ้าของ หรือผู้ครอบครองอาคารซึ่งไม่เป็นอาคารประเภท
ควบคุมการใช้มีความประสงค์จะใช้หรือยินยอมให้บุคคลใดใช้อาคารดังกล่าว เพื่อกิจการ อื่นที่เป็นอาคารควบคุมการใช้ต้องได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือได้แจ้งให้ เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบ แล้ว และให้รวมถึง การเปลี่ยนการใช้อาคาร ประเภทควบคุม การใช้สำหรับ กิจการหนึ่งไปใช้เป็นอาคาร ประเภทควบคุมการใช้สำหรับอีกกิจการหนึ่งด้วย 
หลักฐานที่ต้องใช้ 
1. หนังสือแจ้งความประสงค์จะเปลี่ยนการใช้อาคาร (แบบ กทม.3)
2.สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลซึ่งแสดงวัตถุประสงค์และผู้มีอำนาจลงชื่อแทนนิติบุคคล ที่ออกให้ไม่เกิน 6 เดือน (กรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต) และผู้มีอำนาจลงนามรับรองสำเนาทุกหน้า จำนวน 1 ชุด
3.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้แจ้งความประสงค์ ผู้รับมอบอำนาจ ผู้มี อำนาจ ลงนามแทนนิติบุคคลพร้อมลงนามรับรองสำเนาทุกหน้า จำนวน 1 ชุด
4.หนังสือแสดงความยินยอมและรับรองของสถาปนิก วิศวกรผู้ออกแบบและคำนวณ พร้อมสำเนาใบอนุญาต ผู้ประกอบวิชาชีพฯ (กรณีอาคารที่ขออนุญาตอยู่ในประเภทเป็นวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม หรือวิชาชีพ สถาปัตยกรรม) จำนวน 1 ชุด
5. หนังสือรับรองว่าเป็นผู้ออกแบบอาคาร ผู้ออกแบบและคำนวณอาคารหรือผู้ควบคุมงาน (แบบ กทม.5) จำนวน 1 ชุด
6. แผนผังบริเวณแบบแปลน และรายการประกอบแบบแปลนจำนวน 5 ชุด (เฉพาะการเปลี่ยนแปลงน้ำหนัก บรรทุกที่เพิ่มขึ้น)
7. กรณีเป็นอาคารสาธารณะ อาคารพิเศษ หรืออาคารที่ก่อสร้างด้วยวัตถุถาวร และวัตถุทนไฟเป็นส่วนใหญ่ ต้องแสดงแบบแปลนแผนผังแบบก่อสร้าง จำนวน 5 ชุด และรายการคำนวณโครงสร้าง จำนวน 1 ชุด (เฉพาะ การเปลี่ยนแปลงน้ำหนักบรรทุกที่เพิ่มขึ้น)
8. สำเนาหรือภาพถ่าย เอกสารการเป็นเจ้าของอาคาร หรือผู้ครอบครองอาคาร พร้อมลงนาม รับรองสำเนา ทุกหน้า จำนวน 1 ชุด
9. สำเนาใบอนุญาตเดิม และเจ้าของอาคารหรือผู้ครอบครองอาคาร ลงนามรับรองสำเนาทุกหน้า จำนวน 1 ชุด
10. หนังสือแสดงความยินยอมจากเจ้าของอาคาร (กรณีผู้ที่ครอบครองเป็นผู้ขออนุญาต) จำนวน 1 ชุด

4) การขออนุญาตดัดแปลงหรือใช้ที่จอดรถที่กลับรถและทางเข้าออกของรถเพื่อการอื่น เจ้าของ หรือ ผู้ครอบครองอาคารที่ต้องมีพื้นที่ หรือ สิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่จอดรถ ที่กลับรถ และทางเข้าออกของรถตามที่ระบุไว้ในมาตรา 8(9) มีความประสงค์จะดัดแปลง หรือใช้ หรือยินยอมให้บุคคลอื่นดัดแปลงหรือใช้ที่จอดรถ ที่กลับรถ และทางเข้าออก ของรถนั้น เพื่อการอื่น ทั้งนี้ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วนข้อห้ามตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเป็น ภาระติดพัน ในอสังหาริมทรัพย์นั้นโดยตรง ตราบที่อาคารนั้นยังมีอยู่ ทั้งนี้ไม่ว่าจะมีการโอน ที่จอดรถ ที่กลับรถ และทางเข้าออกของรถนั้นต่อไปยังบุคคลอื่นหรือไม่ก็ตาม
หลักฐานที่ต้องใช้ 
1. แบบคำขออนุญาตดัดแปลงหรือใช้ที่จอดรถ ที่กลับรถ และทางเข้าออกของรถเพื่อการอื่น (แบบ ข.4)
2. สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล ซึ่งแสดงวัตถุประสงค์และผู้มีอำนาจลงชื่อ แทนนิติบุคคล ที่ออกให้ไม่เกิน 6 เดือน (กรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต) และผู้มีอำนาจลงนามรับรองสำเนาทุกหน้า จำนวน 1 ชุด
3. สำเนาหรือภาพถ่ายโฉนดที่ดินขนาดเท่าต้นฉบับและเจ้าของที่ดินลงนามรับรองสำเนาทุกหน้า จำนวน 1 ชุด
4. หนังสือยินยอมของเจ้าของที่ดินให้ก่อสร้างอาคารในที่ดินหรือสำเนาสัญญาเช่าที่ดิน (กรณีที่ผู้ขออนุญาต ไม่ใช่เจ้าของที่ดิน) จำนวน 1 ชุด
5. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขออนุญาต ผู้รับมอบอำนาจ ผู้มีอำนาจ ลงนาม แทนนิติบุคคล และเจ้าของที่ดินพร้อมลงนามรับรองสำเนาทุกหน้า จำนวน 1 ชุด
6. หนังสือแสดงความยินยอมและรับรองของสถาปนิก และวิศวกรผู้ออกแบบ และคำนวณพร้อมสำเนา ใบอนุญาต ผู้ประกอบวิชาชีพ ฯ (กรณีเป็นสิ่งที่สร้างขึ้นเป็นอาคาร) จำนวน 1 ชุด
7. แผนผังบริเวณแบบแปลน และรายการประกอบแบบแปลน จำนวน 5 ชุด
8. กรณีที่เป็นอาคารสาธารณะ อาคารพิเศษหรืออาคารที่ก่อสร้างด้วยวัตถุถาวร และวัตถุทนไฟเป็นส่วนใหญ่ ต้องแสดงแบบแปลน แผนผังแบบก่อสร้างจำนวน 5 ชุด และรายการคำนวณโครงสร้างจำนวน 1 ชุด (กรณี เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นเป็นอาคาร)
9. สำเนาหรือภาพถ่ายเอกสารการเป็นเจ้าของอาคารหรือผู้ครอบครองอาคาร พร้อมลงนามรับรองสำเนา ทุกหน้า จำนวน 1 ชุด
10. หนังสือแสดงความยินยอมจากเจ้าของอาคาร (กรณีผู้ที่ครอบครองเป็นผู้ขออนุญาต) จำนวน 1 ชุด
11. สำเนาใบอนุญาตเดิม พร้อมลงนามรับรองสำเนาทุกหน้า จำนวน 1 ชุด
12. หนังสือแสดงความยินยอมและรับรองของผู้ควบคุมงานของสถาปนิกและวิศวกร พร้อมสำเนาใบอนุญาต ผู้ประกอบวิชาชีพ จำนวน 1 ชุด 

5) การขอต่ออายุใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร ดัดแปลงอาคารรื้อถอนอาคาร เคลื่อนย้ายอาคาร ดัดแปลง หรือใช้ที่จอดรถที่กลับรถ และทางเข้าออก ของรถเพื่อการอื่น ใบอนุญาตก่อสร้าง อาคาร ดัดแปลงอาคาร รื้อถอนอาคาร หรือเคลื่อนย้ายอาคาร ให้ใช้ได้ตามระยะเวลาที่กำหนด ในใบอนุญาต ถ้าผู้ได้รับใบอนุญาตประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต จะต้องยื่นคำขอก่อน ใบอนุญาต สิ้นอายุ และเมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้ว ให้ทำการต่อไปได้จนกว่า กรุงเทพมหานคร จะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตนั้น
หลักฐานที่ต้องใช้ 
1. แบบคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร ดัดแปลงอาคาร รื้อถอนอาคาร เคลื่อนย้ายอาคาร ดัดแปลง หรือใช้ที่จอดรถ ที่กลับรถ และทางเข้าออกของรถเพื่อการอื่น (แบบ ข.5)
2. สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล ซึ่งแสดงวัตถุประสงค์และ ผู้มีอำนาจลงชื่อแทนนิติบุคคล ที่ออกให้ไม่เกิน 6 เดือน (กรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต) และผู้มีอำนาจลงนามรับรองสำเนาทุกหน้า จำนวน 1 ชุด
3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ยื่นคำร้อง ผู้รับมอบอำนาจ ผู้มีอำนาจ ลงนาม แทนนิติบุคคล พร้อมลงนามรับรองสำเนาทุกหน้า จำนวน 1 ชุด
4. สำเนาใบอนุญาตเดิม พร้อมลงนามรับรองสำเนาทุกหน้า จำนวน 1 ชุด
5. สำเนาเอกสารแสดงการเป็นเจ้าของอาคาร พร้อมลงนามรับรองสำเนาทุกหน้า (กรณีที่ผู้ขอต่ออายุ ใบอนุญาต ไม่ใช่เจ้าของอาคารที่ได้รับอนุญาต) จำนวน 1 ชุด
6. สำเนาเอกสารแสดงการเป็นผู้ครอบครองอาคาร พร้อมลงนามรับรองสำเนา (กรณีที่ผู้ครอบครองอาคาร เป็นผู้ขอต่อใบอนุญาต) จำนวน 1 ชุด
7. หนังสือยินยอมจากเจ้าของอาคาร (กรณีที่ผู้ครอบครองเป็นผู้ขอต่ออายุใบอนุญาต) จำนวน 1 ชุด

6) การขอใบรับรองการก่อสร้างอาคารดัดแปลงอาคาร หรือเคลื่อนย้ายอาคาร อาคารประเภท ควบคุมการใช้ คือ อาคาร ดังต่อไปนี้
1. อาคารสำหรับใช้เป็นคลังสินค้า โรงมหรสพ โรงแรม อาคารชุด หรือสถานพยาบาล 
2. อาคารสำหรับใช้ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 80 ตารางเมตรขึ้นไป 
- กิจการ
* กิจการพาณิชยกรรมที่มีพื้นที่ ตั้งแต่ 80 ตารางเมตรขึ้นไป
* กิจการอุตสาหกรรมที่ใช้เครื่องจักร ในการผลิตมีกำลังรวมกันหรือกำลังเทียบเท่า ตั้งแต่ 5 แรงม้าขึ้นไป
* กิจการการศึกษาที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 80 ตารางเมตรขึ้นไป
* อาคารที่ใช้เป็นที่ชุมชนหรือประชุมที่มีพื้นที่ ตั้งแต่ 300 ตารางเมตรขึ้นไป
* สำนักงานหรือที่ทำการที่มีพื้นที่ ตั้งแต่ 300 ตารางเมตรขึ้นไป
* กิจการเพื่อการสาธารณสุข
เมื่อผู้ได้รับใบอนุญาตให้ก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคารประเภทควบคุมการใช้ หรือผู้แจ้ง ตามมาตรา 39 ทวิ ได้กระทำการดังกล่าวเสร็จ แล้วให้แจ้งเป็นหนังสือให้กรุงเทพมหานครทราบตามแบบ กทม. 4 เพื่อทำการตรวจสอบการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคาร นั้น
หลักฐานที่ต้องใช้ 
1. แบบหนังสือให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น ตรวจสอบการก่อสร้างดัดแปลงหรือเคลื่อนย้ายอาคาร (แบบ กทม.4)
2. สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล ซึ่งแสดงวัตถุประสงค์และผู้มีอำนาจลง ชื่อ แทนนิติบุคคล ที่ออกให้ไม่เกิน 6 เดือน (กรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต) และผู้มีอำนาจลงนามรับรอง สำเนาทุกหน้า จำนวน 1 ชุด
3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ยื่นคำร้อง ผู้รับมอบอำนาจ ผู้มีอำนาจ ลงนาม แทนนิติบุคคลพร้อมลงนามรับรอง สำเนาทุกหน้า จำนวน 1 ชุด
4. สำเนาใบอนุญาตเดิม พร้อมลงนามรับรองสำเนาทุกหน้า จำนวน 1 ชุด

7) การขอใบแทนใบอนุญาตหรือใบแทนใบรับรอง ในกรณีที่ใบอนุญาตหรือใบรับรองสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตหรือใบรับรองยื่นคำขอรับใบแทน ใบอนุญาต หรือใบแทนใบรับรองต่อกรุงเทพมหานคร ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้ทราบถึง การสูญหาย ถูกทำลายหรือชำรุด ใบแทนใบอนุญาตหรือใบแทนใบรับรองให้มีผลตามกฎหมาย เช่นเดียวกับใบอนุญาตหรือใบรับรอง แล้วแต่กรณี 
หลักฐานที่ต้องใช้ 
1. แบบคำขอใบแทนใบอนุญาต หรือใบแทนใบรับรอง (แบบ ข.7)
2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ยื่นคำร้อง ผู้รับมอบอำนาจพร้อมลงนาม รับรอง สำเนาทุกหน้า จำนวน 1 ชุด
3. ใบแจ้งความว่าใบอนุญาตเดิมหายหรือใบอนุญาตเดิมที่ชำรุด 

8) การขอโอนใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร ดัดแปลงอาคาร รื้อถอนอาคาร เคลื่อนย้ายอาคารหรือ การเปลี่ยนการใช้อาคาร ใบอนุญาตจะโอนแก่กันมิได้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือ จาก กรุงเทพมหานคร ในกรณีที่ผู้ใดได้ใบอนุญาตตาย ทายาท หรือผู้จัดการมรดกของบุคคล ดังกล่าว ซึ่งประสงค์จะทำการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้ายใช ้หรือเปลี่ยนการใช้ อาคารนั้นต่อไป ต้องมีหนังสือแจ้งให้กรุงเทพมหานครทราบ ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ ผู้ได้รับใบอนุญาตตาย ในกรณีเช่นว่านี้ให้ถือว่า ทายาทหรือผู้จัดการมรดกดังกล่าว เป็น ผู้ได้รับใบอนุญาตนั้นแทน
หลักฐานที่ต้องใช้ 
1. แบบคำขอโอนใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร ดัดแปลงอาคาร รื้อถอนอาคาร เคลื่อนย้ายอาคาร หรือ เปลี่ยนการใช้อาคาร (แบบ ข.8)
2. สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล ซึ่งแสดงวัตถุประสงค์ และผู้มีอำนาจลงชื่อ แทนนิติบุคคล ที่ออกให้ไม่เกิน 6 เดือน (กรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้อนุญาต) และผู้มีอำนาจลงนามรับรองสำเนาทุกหน้า จำนวน 1 ชุด
3. สำเนาหรือภาพถ่าย โฉนดที่ดิน ขนาดเท่าต้นฉบับและเจ้าของที่ดินลงนามรับรองสำเนาทุกหน้า (กรณี ผู้รับโอนไม่ใช่เจ้าของที่ดิน) จำนวน 1 ชุด
4. หนังสือยินยอมให้ก่อสร้างอาคารในที่ดิน หรือสัญญาเช่าที่ดิน (กรณีที่ผู้รับโอนไม่ใช่เจ้าของที่ดิน) 
จำนวน 1 ชุด
5. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ยื่นคำร้อง ผู้รับมอบอำนาจ ผู้มีอำนาจ ลงนาม แทนนิติบุคคล และเจ้าของที่ดิน พร้อมลงนามรับรองสำเนาทุกหน้า จำนวน 1 ชุด
6. หนังสือแสดงความยินยอมและรับรองของผู้ควบคุมงานของสถาปนิกและวิศวกร พร้อมสำเนา ใบอนุญาต ผู้ประกอบวิชาชีพ ฯ จำนวน 1 ชุด
7. ใบอนุญาตเดิมพร้อมลงนามรับรองสำเนาทุกหน้า จำนวน 1 ชุด
8. หนังสือรับทราบการโอนใบอนุญาตของสถาปนิก และวิศวกรผู้ออกแบบ 

9) การแจ้งชื่อผู้ควบคุมงานกับวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดการดำเนินการ เมื่อได้รับ ใบอนุญาต แล้วให้ผู้ได้รับใบอนุญาต มีหนังสือแจ้งชื่อผู้ควบคุมงานกับวันเริ่มต้น และวันสิ้นสุด การดำเนินการตามที่ได้รับอนุญาตให้กรุงเทพมหานครทราบ พร้อมทั้งแนบหนังสือแสดง ความยินยอมของผู้ควบคุมงานมาด้วย ผู้ควบคุมงานจะเป็นบุคคลใด หรือเป็นเจ้าของอาคาร ก็ได้ เว้นแต่จะเป็นการต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรม หรือกฎหมายว่าด้วย วิชาชีพสถาปัตยกรรม
หลักฐานที่ต้องใช้ 
1. แบบคำร้องทั่วไป
2. หนังสือแสดงความยินยอมและรับรองของผู้ควบคุมงานของสถาปนิกและวิศวกร พร้อมสำเนาใบอนุญาต ผู้ประกอบวิชาชีพ จำนวน 1 ชุด
3. สำเนาใบอนุญาตเดิม พร้อมลงนามรับรองสำเนาทุกหน้า จำนวน 1 ชุด

10) การบอกเลิกตัวผู้ควบคุมงาน ถ้าผู้ได้รับอนุญาตจะบอกเลิกตัวผู้ควบคุมงาน ที่ได้แจ้ง ชื่อไว้ หรือผู้ควบคุมงานจะบอกเลิกการเป็นผู้ควบคุมงานให้มีหนังสือแจ้งให้ กรุงเทพ มหานครทราบ แต่ทั้งนี้ไม่เป็นการกระทบถึงสิทธิ และหน้าที่ทางแพ่งระหว่าง ผู้ได้รับ ใบอนุญาต กับผู้ควบคุมงานนั้น ในกรณีที่มีการบอกเลิกตามวรรคหนึ่ง ผู้ได้รับใบอนุญาต ต้องระงับการดำเนินการตามที่ได้รับอนุญาตไว้ก่อน จนกว่าจะได้มีหนังสือแจ้งชื่อ และส่ง หนังสือแสดงความยินยอม ของผู้ควบคุมงานคนใหม่ให้แก่กรุงเทพมหานครแล้ว
หลักฐานที่ต้องใช้ 
1. แบบคำร้องทั่วไป
2. สำเนาใบอนุญาตเดิม พร้อมลงนามรับรองสำเนาทุกหน้า จำนวน 1 ชุด
3. หนังสือแจ้งการบอกเลิกผู้ควบคุมงาน (น.5) หนังสือแจ้งการเลิกเป็นผู้ควบคุมงาน (น.6) หนังสือ การส่งมอบ ผู้ควบคุมงานคนใหม่ (น.7) หนังสือการยินยอมของผู้ควบคุมงานคนใหม่ (น.8) (แล้วแต่กรณี) จำนวน 1 ชุด
4. สำเนาหนังสือของสถาปนิกผู้ควบคุมงาน หรือวิศวกรผู้ควบคุมงานที่แจ้งให้ผู้ได้รับอนุญาตทราบ (กรณีที่ สถาปนิก ผู้ควบคุมงาน หรือวิศวกร ผู้ควบคุมงาน เป็นผู้บอกเลิก) จำนวน 1 ชุด
5. สำเนาหนังสือของผู้ได้รับอนุญาตที่ได้แจ้งให้สถาปนิกผู้ควบคุมงาน หรือวิศวกรผู้ควบคุมงานทราบ (กรณี ที่ผู้ได้รับอนุญาตเป็นผู้บอกเลิก)

11) การแจ้งให้กรุงเทพมหานครทราบ กรณีเปลี่ยนแปลงแบบที่ไม่ขัดต่อกฎกระทรวง หรือ ข้อบัญญัติ ห้ามมิให้ผู้ใดจัดให้มีหรือดำเนินการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้าย อาคารให้ผิดไปจากแผนผังบริเวณแบบแปลน และรายการประกอบแบบแปลนที่ได้รับอนุญาต ตลอดจนวิธีการหรือเงื่อนไขที่กรุงเทพมหานครกำหนดไว้ในใบอนุญาต หรือให้ผิดไปจากที่ได้ แจ้งไว้ตามมาตรา 39 ทวิ เว้นแต่
1. เจ้าของอาคารนั้นได้ยื่นคำขออนุญาต และได้รับใบอนุญาตจากกรุงเทพมหานคร ให้ทำการแก้ไข เปลี่ยนแปลงได้
2. เจ้าของอาคารนั้นได้แจ้งการแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้กรุงเทพมหานครทราบ แล้ว หรือ
3. การดำเนินการดังกล่าวไม่ขัดต่อกฎกระทรวง หรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง หรือเป็นกรณี ตามที่ กำหนดในกฎกระทรวงในกรณีที่มีการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้าย อาคาร เป็นการฝ่าฝืน ความใน วรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นการกระทำของผู้ควบคุมงาน เว้นแต่ผู้ควบคุมงานจะพิสูจน์ได้ว่า เป็นการ กระทำของผู้อื่นซึ่งผู้ควบคุมงานได้มีหนังสือแจ้งข้อทักท้วงการกระทำดังกล่าวให้เจ้าของ หรือผู้ครอบครอง อาคาร และผู้ดำเนินการทราบแล้ว แต่บุคคลดังกล่าวไม่ยอมปฏิบัติตาม
หลักฐานที่ต้องใช้ 
1. แบบคำร้องทั่วไป
2. หนังสือแสดงความยินยอมและรับรองของสถาปนิกและวิศวกร พร้อมสำเนาใบอนุญาตผู้ประกอบ
วิชาชีพ ฯ จำนวน 1 ชุด
3. แผนผังบริเวณแบบแปลน และรายการประกอบแบบแปลน จำนวน 5 ชุด (เฉพาะส่วนที่แก้ไข)
4. รายการคำนวณโครงสร้าง จำนวน 1 ชุด (เฉพาะส่วนที่แก้ไข)
5. สำเนาใบอนุญาตเดิม พร้อมลงนามรับรองสำเนาทุกหน้า จำนวน 1 ชุด
6. หนังสือการรับทราบการแก้ไขแบบของสถาปนิกผู้ควบคุมงานและวิศวกรผู้ควบคุมงาน

12) การสอบถามข้อมูลจากกรุงเทพมหานคร ถ้าผู้ซึ่งจะต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ มีข้อสงสัยดังนื้
1. การกำหนดระยะหรือระดับระหว่างอาคารกับอาคาร หรือเขตที่ดินของผู้อื่นหรือระหว่างอาคารกับถนน ตรอกซอย ทางเท้า หรือที่สาธารณะ หรือ
2. การกำหนดบริเวณก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้าย และใช้หรือเปลี่ยนแปลงการใช้อาคารชนิดใด หรือ ประเภทใด ผู้นั้นมีสิทธิหารือไปยังกรุงเทพมหานคร ได้โดยทำเป็นหนังสือในกรณีที่ผู้หารือได้ ดำเนินการก่อสร้าง ดัดแปลงรื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารโดยถือปฏิบัติตามคำตอบข้อหารือของ กรุงเทพมหานคร ถ้าต่อมาปรากฎว่า กรุงเทพมหานครได้ตอบข้อไปโดยผิดพลาด เป็นเหตุให้ผู้หารือ ได้ดำเนินการดังกล่าวไปโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร กฎกระทรวง หรือ ข้อบัญญัติท้องถิ่นหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ
หลักฐานที่ต้องใช้ 
1. แบบคำร้องทั่วไป
2. สำเนาหรือภาพถ่ายโฉนดที่ดิน (กรณีขอตรวจสอบเกี่ยวกับสถานที่ก่อสร้าง)
3. แผนผังบริเวณโดยสังเขป 3 ชุด

Visitors: 19,389